12 พฤศจิกายน 2009ผลสอบ GAT,PAT เดือนตุลาคมตกตํ่าทุกวิชา

วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา 7:56 น (Daily News Online)

ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ สทศ.ประกาศผลสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT และการสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT ครั้งที่ 3 เดือนตุลาคม รอบปกติ และรอบพิเศษ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น เมื่อนำคะแนนผลการสอบมาเปรียบเทียบกับการสอบ 2 ครั้งที่ผ่าน ในเบื้องต้นพบว่า เด็กทำคะแนนได้ต่ำลงทุกวิชา โดยเฉพาะ PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ คะแนนสูงสุด 270 คะแนน และ PAT3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ คะแนนสูงสุด 237 คะแนน จากเดิมเด็กทำได้เต็ม 300 คะแนน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะข้อสอบอัตนัยบางส่วนเน้นการคิด วิเคราะห์ คำนวณมากขึ้น และที่สำคัญเปลี่ยนรูปแบบคำตอบ จากข้อสอบ 1 ชุด จะมีคำตอบ 40 ข้อ เป็น 41 ข้อ ทำให้เด็กสับสน เนื่องจากทราบมาว่าโรงเรียนกวดวิชาบอกเด็กว่ามีคำตอบ 40 ข้อ ดังนั้นเมื่อเด็กตอบไป 41 ข้อ ก็ลบคำตอบออก จึงทำให้ได้คะแนนไม่มากอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งการทำเช่นนี้เพื่อดัดหลังโรงเรียนกวดวิชา และอยากจะบอกเด็กว่าไม่ควรจะหลงเชื่อโรงเรียนกวดวิชามาก และขอยืนยันว่าข้อสอบ GAT และ PAT ทุกครั้งมีมาตรฐาน ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการขอดูกระดาษคำตอบ GAT และ PAT ให้ยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ 14-20 พ.ย. 2552 เวลา 08.30-16.30 น. ที่ สทศ.โดยเสียค่าธรรมเนียมวิชาละ 20 บาท ซึ่ง สทศ.จะดูกระดาษคำตอบภายในเดือน ธ.ค.นี้

ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ขอให้ สทศ.ลดค่าสมัครสอบ GAT และ PAT ลงนั้น สทศ.ไม่ขัดข้อง แต่ก็ต้องลดเวลาสอบ หรือ ยกเลิกการรายงานผลสอบทางไปรษณีย์ นอกจากนี้อาจจะต้องลดค่าสมัครบางวิชาที่คนสอบมาก และไปเพิ่มค่าสมัครในวิชาที่คนสอบน้อย เช่น ภาษา จากเดิม 200 บาทต่อวิชา เป็น 2,000 บาทต่อวิชา เป็นต้น ทั้งนี้ตนอยากตั้งข้อสังเกตว่าหากเด็กไปสอบรับตรงเองจะเสียค่าใช้จ่าย มากกว่ามาสอบกับ สทศ. โดยการสอบคนหนึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1,200 บาท ขณะที่ค่าสมัครสอบ สทศ. วิชาละ 200 บาทเท่านั้น ดังนั้น ทปอ. จะตัดสินใจอะไรขอให้ศึกษาข้อมูลก่อน.

ต้องบอกว่า นี้เป็นการตอกย้ำเรื่อง มาตรฐาน ของข้อสอบ GAT-PAT บ้านเราเป็นอย่างดี การสอบที่เปิดโอกาศให้ผู้สอบ เลือกสอบครั้งไหนก็ได้ หรือจะสอบทุกครั้งก็ได้ (ถ้ามีเงินจ่ายค่าสอบมหาโหด) และใช้คะแนนครั้งที่ดีที่สุด ในการยื่นคะแนน

ครั้งแรกที่ระบบนี้ออกมา หลายๆ คน ตั้งข้อสังเกตว่า “การสอบหลายๆ ชุดนั้น ข้อสอบอาจจะไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน” แต่ข่าวนี้คงช่วยให้หลายๆคนได้คำตอบ ว่า สทศ. ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมาตรฐานเลยต่างหาก

ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะข้อสอบอัตนัยบางส่วนเน้นการคิด วิเคราะห์ คำนวณมากขึ้น และที่สำคัญเปลี่ยนรูปแบบคำตอบ จากข้อสอบ 1 ชุด จะมีคำตอบ 40 ข้อ เป็น 41 ข้อ ทำให้เด็กสับสน เนื่องจากทราบมาว่าโรงเรียนกวดวิชาบอกเด็กว่ามีคำตอบ 40 ข้อ ดังนั้นเมื่อเด็กตอบไป 41 ข้อ ก็ลบคำตอบออก จึงทำให้ได้คะแนนไม่มากอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งการทำเช่นนี้เพื่อดัดหลังโรงเรียนกวดวิชา

การโยนความผิดให้เด็กหรือให้สถาบันกวดวิชา ว่าเป็นเพราะข้อสอบเพิ่มมาเป็น 41 ข้อ ทำให้คะแนนต่ำลงนั้น พี่เห็นแล้วก็กลุ้มใจแทนน้องๆ จริงๆ ครับ ไม่รู้ว่าตกลง การออกข้อสอบ Admission ในบ้านเรา ต้องคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัย หรือต้องการ ดัดหลังโรงเรียนกวดวิชา เพราะที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า การออกแบบระบบ Admission แทนที่จะเน้นให้เด็กที่มีความสามารถจริงๆ ได้คะแนนสูงๆ กลับไปเน้นด้านการลดบทบาท โรงเรียนกวดวิชา

ในยุกแรกก็เอา GPA มาคิดคะแนนด้วย เพื่อให้เด็กสนใจเรียนที่โรงเรียนมากกว่ากวดวิชา แต่กลายเป็นว่า สถาบันกวดวิชาเปิดคอร์ส ติวเพิ่มเกรด เด็กเลยแห่ไปเรียนมากกว่าเดิมอีก – -a

มาตอนนี้ ก็เอา ข้อสอบไร้มาตรฐาน มาดัดหลังกวดวิชาอีก แล้วอนาคตเด็กไทย อยู่ตรงไหนครับท่าน?

ปริญญาเอก ด้านสถิติและวัดผลการศึกษา จาก University of California at Los Angeles (UCLA) ไม่ได้บอกหรือว่า การทำสถิติและการวัดผล ต้องเก็บข้อมูล ที่เป็น มาตรฐาน เดียวกัน ไม่งั้นจะทำให้ได้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน?


ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ขอให้ สทศ.ลดค่าสมัครสอบ GAT และ PAT ลงนั้น สทศ.ไม่ขัดข้อง แต่ก็ต้องลดเวลาสอบ หรือ ยกเลิกการรายงานผลสอบทางไปรษณีย์ นอกจากนี้อาจจะต้องลดค่าสมัครบางวิชาที่คนสอบมาก และไปเพิ่มค่าสมัครในวิชาที่คนสอบน้อย เช่น ภาษา จากเดิม 200 บาทต่อวิชา เป็น 2,000 บาทต่อวิชา เป็นต้น

เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ ได้ใจ มากครับท่าน ศ.ดร.อุทุมพร (ค่าสอบวิชาละ 2,000 บาท สงสัยกระดาษเลี่ยมทอง)

ทั้งนี้ตนอยากตั้งข้อสังเกตว่าหากเด็กไปสอบรับตรงเองจะเสียค่าใช้จ่าย มากกว่ามาสอบกับ สทศ. โดยการสอบคนหนึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1,200 บาท ขณะที่ค่าสมัครสอบ สทศ. วิชาละ 200 บาทเท่านั้น ดังนั้น ทปอ. จะตัดสินใจอะไรขอให้ศึกษาข้อมูลก่อน

มาดูกันครับว่าไตรมาสนี้      “สทศ. กับ ทปอ. ใครจะฟันกำไรมากกว่ากัน” (ฮา)



Tags: , , , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

Leave a Reply